การ Reset battery notebook

การ Reset ความจำของแบตเตอรี่

  • ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำ การ Reset ความจำของแบตเตอรี่ให้กลับไปสู่สภาพเดิม  และก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป หากเราจะทำ…เพราะว่าแบตเตอรี่ในแต่ละยี่ห้อมันจะมีความแตกต่างกันในเรื่อง ของวงจรชาร์จที่อยู่ในจะมีความแตกต่างกันออกไป

ถ้าสมมุติว่า เราจะ Reset ความจำของตัวแบตหละ

  • ดังที่ผมเรียนให้ทราบ ในตัวแบตมี ROM ความจำอยู่  ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็น SPI Flash หรือบางยี่ห้อ อาจใช้ MicroChips เป็นตัวควบคุมทั้งหมด  การที่เราจะ Reset นั้น หรือคำว่า Reset แบตนั้น คงต้องหมายถึงการทำให้แบตเตอรี่นั้นสามารถกลับมาชาร์จได้ใหม่อีก (เดิมอาจชาร์จไม่เข้าแล้ว เพราะ Mem ของแบตจำรอบการชาร์จจนเต็มแล้ว)
  • การ ที่เราต้องทำการเก็บค่าความจำของแบตตัวใหม่สุดไว้ก่อน อาจโดยการ อ่านค่าใน ROM นั้น (แบตใหม่) เก็บไว้เป็นไฟล์ข้อมูลของเรา จากนั้น ก็นำไฟล์ที่เราอ่านได้นี้ไปทำการเขียนทับใน ROM ที่อยู่ในแบตตัวที่มีปัญหา  (นี่ก็เป็นเพียงวิธีการหนึ่งนะครับ)

ส่วนการที่จะอ่านความจำ ใน ROM ได้นั้น ก็ทำได้สองถึงสามวิธีหลักๆในเรื่องการอ่านค่า ROMครับ

  1. แกะแบต นำ ROM ออกจากปริ้น แล้วนำไปอ่านด้วยเครื่อง Copy ROM (ตัวที่ผมแนะนำในหน้าเว๊ปก็ได้ครับ)
  2. ใช้ปากคีบ ROM  ที่ต่อกับเครื่องก๊อปปี้รอม แล้วอ่านค่า (วิธีนี้ไม่ต้องถอด ROM ออกมา) (ส่วนปากคีบอาจต้องทำการหาซื้อจากผู้จำหน่ายสำหรับโปรแกรมรอมต่อไปนะครรับ)
  3. ใช้โปรแกรมที่ออกแบบมาสำหรับการเคลียค่่า Reset ROM แบต ก็ได้ครับ  ซึ่งโปรแกรมนี้พูดกันตรงๆ หาฟรียาก  ราคาที่ผมสั่งทางต่างประเทศก็ 5xxx บาท เข้าไปแล้วครับ  แต่เป็นวิธีที่ดีที่สุดก็ว่า เพราะจะอาศัยขัวแบตเตอรี่ของโน๊ตบุ๊ค ซึ่งจะมีขั้ว Data , Clock นั้นมาทำการโปรแกรม อ่าน เขียน ข้อมูลเข้ารอมได้โดยไม่ต้องแกะแบต ไม่ต้อง ถอดรอมไอซี ด้วยครับ

Continue reading

รวมภาพจอโน๊ตบุ๊คเสีย

  • สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว repair-notebok.com ทุกท่าน  วันนี้เป็นวันที่ 25 ก.ค 53ผมได้นำรูปที่เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดจากจอภาพของโน๊ตบุ๊ค มาให้เพื่อนๆ ได้ดูกันแบบหลายๆ อาการเลยนะครับ  ขอย้ำว่ารูปที่ผมถ่ายมาให้ดูกันนี้  เป็นอาการที่เกิดจากจอภาพอย่างแน่นอน  (หยิบจอที่อยู่ในสต๊อกของเสีย ขึ้นมาต่อพ่วงกับโน๊ตบุ๊คแล้วก็ถ่ายรูป) ดังนั้น อาการในภาพของจอโน๊ตบุ๊คเหล่านี้ อาจคล้ายหรือเหมือนกับอาการที่เกิดขึ้น  แต่อาจเป็นจาก ส่วนการแสดงผล (VGA Chip) หรืออาจจะเป็นที่สายเคเบิ้ลของจอ ก็ได้  แต่สำหรับภาพด้านล่างทั้งหมดนี้..เป็นอาการที่เกิดจากจอเสียเท่านั้น จริงๆด้วยนะ(จะบอกให้)

ภาพด้านบนนี้ เป็นภาพที่เกิดจากจอมีลักษณะถูกแบ่งเป็นสองฝั่ง ด้านซ้ายเป็นเส้นถามแนวนอน ไม่มีภาพ ด้านขวาจอภาพดำ


ภาพด้านบนนี้  เป็นภาพของจอโน๊ตบุ๊คที่แตกนะครับ Continue reading

คลิ๊ก ที่นี่เพื่อ Free !!! download 1GB. วงจรเมนบอร์ดโน๊ตบุ๊ค Notebook Schematic Download(แท้ๆ1000 เมกกะไบต์)หลายยี่ห้อ หลายรุ่น ครอบคลุมงานซ่อมโน๊ตบุ๊ค โหลดก่อนได้ก่อน

คลิ๊กที่นี่เพื่อ ดาวน์โหลดวงจรเมนบอร์ดของโน๊ตบุ๊ค (1000 เมกกะไบต์)

ไปดูเป็นแนวทางกันหรือยังครับเพื่อนๆที่รักทุกท่าน รายการวงจร อยู่ทางกรอบด้านขวาของทางหน้าเว๊ป  หรือจะคลิ๊กที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้ก็ได้นะครับ

Free  (Notebook  Schematic  download  )

Thank you

www.lqv77.com เวียดนาม ที่นำมาเผยแพร่นะครับ

 

ขออภัยครับ ตอนนี้กำลังปรับปรุงหน้าเว๊ป ของวงจรนี้อยู่ 18/08/2555

admin

 

Continue reading

Acer Block Diagram

  • ในวันนี้ผมได้นำบล๊อกไดอะแกรมของโน๊ตบุ๊คยี่ห้อ ACER ใน 5 รุ่นมาแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้จักนะครับ  ในโครงสร้างของตัวเมนบอร์ดโน๊ตบุ๊ค ก็จะมีการจัดวางไว้คล้ายๆกันแหละครับ  การที่เราดูบล๊อกไดอะแกรม  ทำให้เราสามารถที่จะเข้าใจได้ว่า ภาคการทำงานต่างๆ ของโน๊ตบุ๊คนั้น ประกอบด้วยภาคใดบ้าง  มีการขึ้นตรงกับส่วนใด   ทำให้เราสามารถที่จะพอพิจารณาในระดับอาการปัญหาที่เกิดขึ้นกับเครื่องโน๊ตบุ๊คของเรา  ว่าน่าจะเป็นจากภาคใดนะครับ

Aspire 4230

Continue reading

วงจรชาร์จแบตโน๊ตบุ๊ค [Charger Schematic]

เป็นวงจรส่วนการชาร์จแบตเตอรี่ของโน๊ตบุ๊คนะครับ ดูไว้เป็นแนวทางครับ

วงจรภาคไฟ CPU[VCORE Schematic]

ไม่มีคำอธิบายนะครับ…แฮะๆ

ขา Socket CPU[CPU Socket Schematic]

โครงสร้างของ Socket CPU ดูในมุมมองของ Schematic

  • อาจไม่ตรงใจเพื่อนๆที่ต้องการแบบโครงสร้างรุ่นปัจจุบันนะครั   เพราะเท่าที่หาโครงสร้างสำหรับเป็นแนวทางไว้เปรียบเทียบ ว่าในแต่ละตำแหน่ง แต่ละขา (Pin) มีอะไรบ้างในโครงสร้างของขา CPU นั้น เราคงไม่มุ่งเน้นไปทำการวัดการ การซ่อมกันนะครับ เพราะ ในการแก้ไขปัญหาในระดับตัวอุปกรณ์ คงต้องใชเครื่อง BGA Rework ถอดออก แล้วเปลี่ยนตัวใหม่เข้าไป(ถ้า Socket CPU เสียจริง)  แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว  Socket CPU จะไม่ค่อยจะเสียหาย ถ้าไม่ได้โดนความร้อน หรือน้ำ เข้าไปขังอยู่กันนานนานๆ

วงจรการทำงานของ Clock Gen [ Clock generator Schematic ]

  • วงจรในส่วน Clock Generator นี้ จะพอเป็นแนวทางให้เพื่อนๆได้รับความรู้ความเข้าใจในการทำงานของส่วน Clock Gen นะครับ  ในส่วนนี้ มันจะรับ clock ส่วนกลาง จาก Cystal 14.3 MHz เข้าไป และ Gen ความถี่หลายๆ ความถี่ ส่งออกไปยังภาคส่วนต่างๆ ในเมนบอร์ด  เช่น Front Side Bus  Memory bus, Bus ของส่วนแสดงผล VGA เช่น AGP,PCI Express เป็นต้นครับ

หากว่า วงจร Clock gen ทำงานผิดพลาดในเรื่องของความถี่นาฬิกา  ไม่ว่าจะไม่มีจ่ายออกไป หรือมี แต่ผิดความถี่(ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้นะครับ) การทำงานของวงจรก็จะเกิดอาการต่างๆ ได้เช่นกัน  ดังนั้นในการตรวจซ่อม  ก็ไม่ควรที่จะละเลยในเรื่องของความถี่ในส่วนนี้ด้วยนะครับ

==ความคิดเห็นที่แสดงออกนี้ ผู้เขียนได้เขียนขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในระดับหนึ่ง  ไม่ได้หมายความว่าจะมีความถูกต้องเสมอนะครับ== ส่วนท่านใดที่อ่านตรงนี้แล้ว คิดว่าข้อความหรือเนื้อหาไม่ถูกต้อง อย่างไร  ก็แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเข้ามาได้ครับ  ไม่ใช่แค่เอาไปพูดว่า …ผิด.อย่างเดียว..คือว่า ถ้าท่านเป็นคนที่เก่งพอ..ในสายตาของท่าน ก็อย่าได้เก็บพูมความรู้ไว้คนเดียวเลยครับ หรือเอาแต่เรียกค่าตอบแทนที่แพงมากๆ ในขณะที่เนื้อหาก็ไม่มีอะไรมากเกินความสามารถของช่างหรอกครับ..

การต่อเซลล์ไฟฟ้าในแบตเตอรี่โน๊ตบุ๊ค มีหลักการอย่างไร ?

การต่อขั้วเซลล์ของแบตเตอรี่ในโน๊ตบุ๊ค

การต่อแบบอนุกรม (แรงไฟเพิ่ม กระแสเท่าเดิม) ใช้เซลล์แบต 3 ก้อน  แรงไฟ 10 โวลท์ 2 แอมป์

  • การต่อเซลล์ของแบตโน๊ตบุ๊ค ก็จะพิจารณาดูจาก  ว่าเครื่องรุ่นนั้นๆกินกำลังไฟขนาดไหน  หากเป็นเครื่องรุ่นเล็กๆ กินกำลังไฟไม่มาก ออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบา  ก็จะทำการต่อเซลล์แบตเป็นแบบอนุกรม  นั่นหมายถึงการนำเอาก้อนแบตเตอรี่จำนวน 3 เซลล์ (เซลล์ละ 3 โวลท์ 2 แอมป์) มาทำต่อแบบอนุกรม   นั่นคือการนำเอาขั้วบวกของก้อนที่หนึ่ง ไปต่อกับขั้วลบของก้อนที่สอง และขั้วบวกของก้อนที่สอง ก็ไปต่อเข้ากับขั้วลบของก้อนที่สาม    ซึ่งจะมีผลทำให้ได้แรงไฟรวมทั้งสามก้อน(ประมาณ 10 V.)  แต่กระแสไฟจะเท่ากับเซลล์แบตหนึ่งก้อนนั่นคือ 2 Amp. ครับ

การ ต่อแบบขนาน ก่อน แล้วจึงนำมาอนุกรมกันอีกที 6 cell (แรงไฟเพิ่ม กระแสเพิ่มเป็นสองเท่า) แรงไฟ 10 โวลท์ 4 แอมป์

  • การต่อ แบตเตอรี่แบบนี้ จะทำให้มีการเพิ่มของกระแสไฟเป็นสองเท่า  ทำให้ระยะเวลาในการให้พลังงานมากขึ้น  หมายความว่าคุณจะสามารถใช้โน๊ตบุ๊คของคุณได้นานขึ้นกว่าปรกติ (แต่นั่นก็เป็นการเปรียบเทียบให้เห็นเท่านั้นนะครับ  เพราะในความเป็นจริงแล้ว  เมื่อแบตมีความสามารถในด้านการจ่ายกระแสที่เพิ่มขึ้น  แต่วงจรก็นำกระแสจากแบตไปใช้มากขึ้นเช่นกัน  )
    • ต่อแบบขนานเพื่อ ให้กระแสเพิ่ม โดยการนำเซลล์แบบสองเซลล์มาประกบข้างกัน จากนั้นก็ทำการเชื่อมขั้วบวก เข้ากับขั้วบวกของอีกก้อน  และเชื่อมขั้วลบเข้ากับขั้วลบของอีกก้อนครับ  ซึ่งจะทำให้เซลล์แบตคู่


รูปการต่อเซลแบตแบบ 6 Cell ได้กระแสเพิ่มขึ้นเท่าตัว

    • นี้มีแรงเคลื่อนไฟฟ้าเท่ากับ 3 V. และกระแสไฟจะเพิ่มจากเดิมคือ 2 แอมป์  ไปเป็น 4  Amp ครับ)   ให้ทำการต่อเซลล์แบตแบบขนานนี้รวมสามชุดนะครับ  (จะใช้แบตรวม 6 ก้อน)
    • ต่อ แบบอนุกรมเพื่อให้แรงไฟเพิ่ม หลังจากที่เราต่อแบบขนานครบสามชุดแล้ว เราก็จะทำเซลล์แบตตามที่ต่อแบบขนาน มาทำการต่อเป็นแบบอนุกรม เพื่อให้โวลท์เพิ่มขึ้น  โดยนำเซลล์คู่ที่หนึ่งขั้วบวกต่อกับขั้วลบของเซลล์คู่ที่สอง และขั้วบวกของเซลล์ชุดที่สอง ให้ต่อเข้ากับขั้วลบของเซลล์คู่ที่สาม  ครับ

ความรู้เกี่ยวกับการชาร์จแบตเตอรี่โน๊ตบุ๊ค

ชาร์ตอย่างไรถึงจะดี

หลาย คนคงเคยได้ยินว่าต้องชาร์ตแบตเตอรี่ครั้งแรกเท่านั้นเท่านี้ชั่วโมงแล้วจึง

จะเริ่มใช้งานได้ หรือว่าต้องหมั่นชาร์ตบ่อยๆ หรือไม่ก็ใช้ให้ไฟหมดก่อนแล้วค่อยชาร์ต

ซึ่งข้อความทั้งหมดนี้ก็มีข้อจริงและเท็จปนๆกัน

อันที่จริงแล้วสำหรับแบตเตอรี่แบบ lithium (ย้ำว่าแบบ lithium เท่านั้น)

จะชาร์ตอย่างไรก็ได้ไม่มีผลต่ออายุการใช้งานครับ

ข้อมูลตรงนี้เป็นที่ยืนยันจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ(ทั้งที่อ้างอิงไว้ ข้างล่าง และที่อื่นๆ)

มีใจความตรงกันว่า การชาร์ตมาชาร์ตน้อย ชาร์ตนาน ชาร์ตถี่ ชาร์ตบ่อย

มีผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่น้อยมาก

ส่วนข้อความข้างต้นที่ยกมานั้นเป็นคำแนะนำสำหรับแบตเตอรี่ชนิดอื่นๆที่ไม่ ใช่ lithium ครับ

การที่แบตเตอรี่แบบ lithium จะเสื่อมจากการใช้งานนั้นมีอยู่ด้วยกัน 4 เงื่อนไข คือ

– เมื่อใช้งานจนถึงจำนวน Cycle ที่แบตเตอรี่จะเริ่มเสื่อมเองตามปกติ
– เมื่อถึงเวลาที่แบตเตอรี่จะเสื่อมมันก็จะเรี่มเสื่อมเอง โดยเวลาที่ว่าเป็นเวลาที่นับตั้งแต่การผลิต ไม่ใช่เวลาในการใช้งาน
– การชาร์ตไฟของตัวชาร์ต (ดังที่กล่าวไปแล้วในข้อ 1)
– อุณหภูมิของแบตเตอรี่ ถ้าแบตเตอรี่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิสูงก็จะส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อม เร็วกว่าปกติได้

4. ได้ยินว่าชาร์ตไฟ 40% แบตจะอยู่ได้นานกว่าจรึงรึเปล่า??
สำหรับแบตเตอรี่แบบ lithium ถ้าชาร์ตไฟที่ 40% แล้วเก็บเอาไว้

โดยไม่ใช้งานเป็นระยะเวลา 1 ปีขึ้นไป ตัวแบตจะเสื่อมน้อยกว่าการชาร์ตไฟที่

100% แล้วเก็บไว้นาน 1 ปีขึ้นไป

แต่สำหรับแบตเตอรี่ที่ไม่ได้เก็บไว้นานเกิน 1 ปี

หรือแบตเตอรี่ที่ใช้งานตามปกติ(ไม่ได้เก็บเข้ากรุ) อัตราการเสื่อมของแบตเตอรี่

ไม่ว่าจะมีไฟที่ 40% หรือ 100% นั้นแทบจะไม่ต่างกัน